รายงานการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าในพื้นที่มรดกอาเซียน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

รายงานการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าในพื้นที่มรดกอาเซียน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ชื่อเอกสาร: Report on Wildlife survey in Kuiburi National Park
  • เอกสาร: พร้อมดาวน์โหลด
  • รายงานการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าในพื้นที่มรดกอาเซียน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

การศึกษาในครั้งนี้เพื่อทราบความหลากชนิดและสถานภาพของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และแมลง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์ ใช้วิธีการสำรวจด้วยกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (camera trap) การเดินสำรวจแบบพบเห็นตัวโดยตรง ได้ยินเสียงร้อง หรือร่องรอยต่าง ๆ ที่ปรากฏ จากการสำรวจในแปลงตัวอย่าง 187

แปลงและนอกแปลงตัวอย่าง การใช้สวิงจับแมลงและการตั้งจุดเก็บตัวอย่างแมลงในเวลากลางคืนโดยใช้แสงไฟจากหลอด Traplight นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ ประกอบกับการจัดทำแผนที่ด้วยระบบ

ฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ผลการสำรวจพบสัตว์เล้ยี งลูกด้วยนมขนาดใหญ่ทั้งสิ้น 54 ชนิด 11 อันดับ 23 วงศ์ พบว่าเป็นสัตว์ป่าสงวน 4 ชนิด คือ สมเสร็จ (Tapirus indicus) เก้งหม้อ (Muntiacus feae) แมวลายหินอ่อน (Pardofelis marmorata) และเลียงผา (Capricornis sumatraensis) สัตว์ป่าคุ้มครอง 40 ชนิด และสัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาไซเตส (CITES) 38 ชนิด สัตว์ป่าที่มีค่าความชุกชุมและการกระจาย

มากที่สุดในพื้นที่คือ หมูป่า (Sus scrofa) พื้นที่ที่มีการกระจายของสัตว์ป่ามากที่สุดคือบริเวณตอนกลางของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีค่อนไปทางพรมแดนประเทศ กลุ่มนกพบ 171 ชนิด ใน 21 วงศ์

56 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมด 167 ชนิด และเป็นสัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาไซเตส (CITES) 18 ชนิด กลุ่มสัตว์เลื้อยคลานพบ 44 ชนิด ใน 2 อันดับ 13 วงศ์ ในจำนวนนี้เป็นสัตว์ป่า

คุ้มครอง 15 ชนิด และสัตว์ป่าตามบัญชีอนุสัญญาไซเตส (CITES) 12 ชนิด กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกพบ 22 ชนิด ใน 1 อันดับ 5 วงศ์ ในจำนวนนี้พบว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง 3 ชนิด และพบกลุ่มแมลง

ทั้งหมด 240 ชนิด ใน 8 อันดับ 44 วงศ์ ในจำนวนนี้เป็นแมลงคุ้มครอง 4 ชนิด แมลงห้ามการนำเข้าหรือส่งออก 27 ชนิด และแมลงตามบัญชีอนุสัญญาไซเตส (CITES) 2 ชนิด พื้นที่ที่พบความหลากชนิด

ของแมลงมากที่สุดคือ บริเวณน้ำตกแพรกตะคร้อ แต่ในบริเวณอื่นยังคงพบความหลากชนิดที่แตกต่างกันออกไป สัตว์ป่าหลายชนิด มีการหากินข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมา ดังนั้น

การจัดการและคุ้มครองสัตว์ป่าในพื้นที่ นอกจากการดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐบาลของไทยแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการร่วมมือกับประเทศเมียนมาด้วย เพื่อให้สัตว์ป่ามีแหล่งที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและคง

ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกด้วย