หน้าแรก เกี่ยวกับศูนย์ฯ อัลบั้มภาพ สาระจากงานวิจัย บทความที่น่าสนใจ ดาวน์โหลด ติดต่อ   คู่มือ?
เข้าระบบ
ชื่อเรียก:

รหัสผ่าน:


ลืมรหัสผ่าน?

สมัครสมาชิก!
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ใครกำลังใช้งาน
มี 3 คนกำลังใช้งาน (มี 1 คนกำลังใช้งาน บทความที่น่าสนใจ)

สมาชิก: 0
บุคคลทั่วไป: 3

มีต่อ...
จำนวนผู้เข้าชมเว็บ
ผู้เข้าชมทั้งหมด : 875001875001875001875001875001875001

SmartSection is developed by The SmartFactory (http://www.smartfactory.ca), a division of INBOX Solutions (http://inboxinternational.com)
สาระน่ารู้ > แนวทางการพิจารณาอนุญาตเข้าไปทำการศึกษาวิจัยทางวิชาการในพื้นที่อนุรักษ์
แนวทางการพิจารณาอนุญาตเข้าไปทำการศึกษาวิจัยทางวิชาการในพื้นที่อนุรักษ์
แนวทางการพิจารณาอนุญาตเข้าไปทำการศึกษาวิจัยทางวิชาการในพื้นที่อนุรักษ์
เพื่อให้การพิจารณาการขออนุญาตเข้าไปดำเนินการศึกษาวิจัยในพื้นที่อนุรักษ์ ในทุกโครงการมีมาตรฐานและความเหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในแง่ของการรวบรวมองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์อย่างมีสิทธิภาพ จึงให้ยกเลิกแนวทางการขออนุญาตเข้าทำการศึกษาวิจัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ตามหนังสือสำนักอุทยานแห่งชาติ ที่ ทส 0910.2/4023 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2550 และกำหนดแนวทางการพิจารณาอนุญาตเข้าไปทำการศึกษาและวิจัยในพื้นที่อนุรักษ์ใหม่

โดยให้ผู้ขออนุญาตศึกษาวิจัยปฏิบัติตามระเบียบกรมป่าไม้ ว่าด้วยการเข้าไปทำการศึกษาหรือวิจัยในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2542 (การเข้าไปศึกษาวิจัยทางวิชาการป่าไม้ที่เป็นเขตอนุรักษ์ ซึ่งอยู่ในความควบคุมใของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามระเบียบนี้กรมป่าไม้ให้หมายถึง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้กำหนดพื้นที่ที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมโดยละเอียด ก่อนการพิจารณาอนุญาตให้เข้าไปศึกษาวิจัยทางวิชาการ ซึ่งมีลักษณะหรือองค์ประกอบดังนี้

1. พื้นที่ที่มีความสำคัญระดับสากล ( Outstanding Universal Value) ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทั้งนี้ หากโครงการใดมีความจำเป็นต้องอนุญาตจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการรักษาคุณค่าของพ ื้นที่ มีผลให้ถูกขึ้นบัญชีอยู่ในรายชื่อพื้นที่มรดกโลกที่ตกอยู่ในภาวะอันตราย ดังนี้

1.1 ประเภทภาวะอันตรายที่เด่นชัด ประกอบด้วย

1.1.1 ทำให้มีการลดลงของประชากรชนิดสิ่งมีชีวิต ชนิดใกล้สูญพันธุ์ หรือชนิดที่มีคุณค่า

1.1.2 ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมความงามทางธรรมชาติ เช่น การตั้งถิ่นฐานที่อยู่ของมนุษย์ การสร้างอ่านเก็บที่ทำให้ท่วมพื้นที่บริเวณที่มีความสำคัญของพื้นที่มรดกโลก การพัฒนาพื้นที่พืชการเกษตรและอุตสาหกรรม ซึ่งมีการใช้สารเคมี ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง การทำเหมือง ภาวะมลพิษ การทำไม้หรือการเก็บฟืน เป็นต้น

1.1.3 ทำให้เกิดการตั้งถิ่นฐานของประชากรบิรเวณขอบเขตหรือบริเวณต้นน้ำซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่มรดกโลก

1.2 ประเภทพื้นที่ที่มีศักยภาพตกอยู่ในอันตราย หมายถึง บริเวณพื้นที่มรดกโลกที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่

1.2.1 การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายในการคุ้มครองพื้นที่

1.2.2 การวางแผนการตั้งถิ่นฐานแผนโครงการพื้นที่ที่ส่งผลต่อพื้นที่มรดกโลก

1.2.3 โรคระบาดหรือการสู้รบ

1.2.4 แผนการจัดการหรือระบบจัดการที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ได้ดำเนินการอย่างดี

2. พื้นที่ที่เป็นลักษณะเฉพาะ หมายถึง พื้นที่ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวทางระบบนิเวศ เช่น ป่าพรุ ป่าอัลไพน์ ป่าเขาหินปูน ป่าทุ่งหญ้า เป็นต้น และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเฉพาะของสัตว์/พืชเฉพาะถิ่นหายาก และใกล้สูญพันธุ์ (ตามบัญชีแนบท้าย)

3. พื้นที่สำคัญที่เป็นแหล่งอาศัยหลักของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ ช้างป่า กระทิง วัวแดง สมเสร็จ เสือโคร่ง เสือดาว เลียงผา กวางผา และควายป่า (ตามแผนที่แนบท้าย)

ทั้งนี้ ให้แต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับโครงการวิจัย และหัวหน้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบพื้นที่อนุรักษ์นั้น เป็นผู้ร่วมพิจารณาโครงการโดยให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นผู้ให้ความเห็น และอาจจัดให้มีการประชุมพิจารณาเป็นกรณีไป หากโครงการนั้นมีรายละเอียดสำคัญที่คณะกรรมการมีความเห็นว่ามีความจำเป็นต้องเชิญเจ้าของโครงการวิจัยเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับการพิจารณาให้ความเห็นของหน่วยงานผู้รับผิดชอบพื้นที่อนุรักษ์นั้นให้พิจารณาโดยยึดหลักเกณฑ์ดังนี้

1. ให้เป็นไปตามระเบียบซึ่งออกตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามความเห็นของกองนิติการ ในหนังสือ ที่ ทส 0903.2/167 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2548

2. ให้เสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นตามหลักวิชาการ ซึ่งเชื่อถือและอ้างอิงได้

3. หากหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้น ๆ ไม่สามารถให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือและอ้างอิงได้ และคณะกรรมการท่านอื่นไม่มีเหตุผลสมควรในการคัดค้าน ให้อนุญาตให้ทำการศึกษาได้โดยกำหนดประเด็นศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของพื้นที่ที่จะดำเนินโครงการว่าเป็นพื้นที่ประเภทใดให้ครอบคลุมลักษณะพื้นที่ดังกล่าวข้างต้น

ที่มา : http://www.dnp.go.th/otec/permit_process/respermit_01.htm

Navigate through the articles
Previous article บัวผุด ดอกไม้ยักษ์ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จระเข้น้ำจืด Next article


สงวนลิขสิทธิ์โดย : ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จ.เพชรบุรี
 
ค้นหา
ทะเบียนพรรณพืช


ภาพกิจกรรมของศูนย์
วางแปลงตัวอย่าง.JPG
สำรวจสัตว์2.jpg
thongpaphum2.JPG
สำรวจสัตว์1.jpg
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง