หน้าแรก เกี่ยวกับศูนย์ฯ อัลบั้มภาพ สาระจากงานวิจัย บทความที่น่าสนใจ ดาวน์โหลด ติดต่อ   คู่มือ?
เข้าระบบ
ชื่อเรียก:

รหัสผ่าน:


ลืมรหัสผ่าน?

สมัครสมาชิก!
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ใครกำลังใช้งาน
มี 3 คนกำลังใช้งาน (มี 2 คนกำลังใช้งาน บทความที่น่าสนใจ)

สมาชิก: 0
บุคคลทั่วไป: 3

มีต่อ...
จำนวนผู้เข้าชมเว็บ
ผู้เข้าชมทั้งหมด : 888557888557888557888557888557888557

SmartSection is developed by The SmartFactory (http://www.smartfactory.ca), a division of INBOX Solutions (http://inboxinternational.com)
สาระน่ารู้ > ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย
ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย
ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย
ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นคำนิยามถึง การที่มีสิ่งมีชีวิตมากมายหลากหลายสายพันธุ์และชนิดในบริเวณหนึ่งบริเวณใด สามารถแบ่งได้ 3 ระดับ คือ ความหลากหลายระดับพันธุกรรม ระดับชนิดพันธุ์ และระดับระบบนิเวศ ทั้ง 3 ระดับนี้ต่างมีความสำคัญและมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน หากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในระดับใดระดับหนึ่งมักส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในความหลากหลายทางชีวภาพในระดับอื่นๆด้วย

ความหลากหลายระดับพันธุกรรม (Genetic Diversity)
ความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เป็นลักษณะที่แสดงออกด้วยพันธุกรรม (Gene) ที่ปรากฏให้เห็นได้ทั่วไป ทั้งภายในสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน เช่น มีความแตกต่างระหว่างสีตา สีขน หรือลักษณะของเส้นผมหรือเส้นขน และระหว่างสิ่งมีชีวิตที่ต่างชนิดกัน ซึ่งจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ในระดับความแตกต่างนี้ สามารถใช้เป็นตัวกำหนดหรือบ่งบอกความใกล้ชิดของเครือญาติหรือความห่างของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในสายวิวัฒนาการ
ความหลากหลายระดับชนิดพันธุ์ (Species Diversity)
ความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต วัดได้จากจำนวนของสิ่งมีชีวิตและจำนวนประชากรของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ที่อาศัยอยู่ในที่ใดที่หนึ่งและช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง การที่ประชากรจำนวนหนึ่งมาอาศัยอยู่ด้วยกันในพื้นที่ หรือ ชุมชน (Community) จำนวนของประชากรจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันของสิ่งมีชีวิตที่มีหน้าที่เดียวกันในชุมชน
ความหลากหลายระดับระบบนิเวศ (Ecological Diversity)
ระบบนิเวศแต่ละระบบเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat) ของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ซึ่งมีปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพที่เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในระบบนิเวศนั้น ระบบนิเวศในประเทศมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าเบญพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง จนกระทั่งถึงป่าสน สิ่งมีชีวิตบางชนิดสามารถปรับตัวให้อยู่ในระบบนิเวศที่หลากหลายได้ แต่บางชนิดก็มีสภาวะเฉพาะเจาะจงต่อระบบนิเวศนั้นๆ ซึ่งความหลากหลายของระบบนิเวศนั้น จะขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ พันธุกรรม และความแปรปรวนของสิ่งแวดล้อม
ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นที่เป็นแหล่งอาศัยของพรรณไม้และพันธุ์สัตว์จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลายและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง นักวิชาการประมาณการว่า สิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีประมาณ 5 ล้านชนิด ในจำนวนนี้มีอยู่ในประเทศไทย ประมาณร้อยละ 7 โดยมีพรรณพืช ประมาณ 15,000 ชนิดและพันธุ์สัตว์ประมาณ 16,495 ชนิด ประกอบไปด้วย
- สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน 491 ชนิด
- สัตว์เลี้ยงลุกด้วยนม 302 ชนิด
- นก 982 ชนิด
- ปลา 2,820 ชนิด
- สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (ยกเว้นแมลง) 11,900 ชนิด
นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของแมลงและจุลินทรีย์ (เห็ดรา แบคทีเรีย ไวรัส) ที่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนอีกด้วย
ปัจจุบันพื้นที่ป่าและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทย มีการลดจำนวนลงเป็นจำนวนมาก จากเดิมที่มีมากถึง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ปัจจุบันเหลือเพียงร้อยละ 26 ของพื้นที่ สาเหตุของการสูญเสียพื้นที่มาจากหลายประการ เช่น การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อการเกษตร การลักลอบตัดไม้ การตัดถนน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจ บ้านเรือน มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพสร้างความเสียหายต่อโครงสร้าง บทบาทหน้าที่และความสมดุลของระบบนิเวศ ส่งผลให้ระบบนิเวศมีความเสี่ยงต่อการถูกทำลายมากขึ้น และมีความสามารถในการให้ผลผลิตและบริการที่จำเป็นต่อมนุษย์ลดลงตามไปด้วย
ผลกระทบจากการที่ผืนป่าถูกทำลาย ส่งผลให้ระบบนิเวศมีการเสื่อมสภาพ และสิ่งมีชีวิตหลายชนิดได้มีการสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว เช่น สมัน (Cervus schomburgk) นกช้อนหอยใหญ่ (Pseudibis gigantea) และนกพงหญ้า (Graminicola bengaiensis) อีกหลายชนิดตกอยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม หายากและใกล้สูญพันธุ์ พืชพรรณกว่า 400 ชนิดของประเทศไทยอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ และประมาณ 600 ชนิด เป็นพืชหายาก
สถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยขณะนี้ น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะยังคงมีการเติบโตของจำนวนประชากร ทำให้ความต้องการมีมากขึ้น มีลักลอบตัดไม้และใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินขีดจำกัด ในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพมีการลดจำนวนลงอย่างลดเร็ว
ในปี 2010 United Nations หรือ UN ได้ประกาศให้เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้คำนึงถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังช่วยรักษาและลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยใช้สัญลักษณ์

เป็นตัวแทน ประกอบไปด้วยรูปปลา คลื่น นกฟลามิงโก ผู้ใหญ่กับเด็ก และต้นไม้อยู่ภายใต้ตัวเลข 2010 ซึ่งมีความหมายว่าท้องทะเล พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และมนุษย์ต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันไม่สามารถขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปได้ และถือเป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยจะฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพที่สูญเสียไปให้ฟื้นคืนและคงอยู่ เพื่อให้คนรุ่นหลังมีโอกาสสัมผัสกับทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังปลูกจิตสำนึกและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อให้เกิดความยั่งยืน


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- http://chm-thai.onep.go.th/index.html
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
- http://www.dnp.go.th/geneticsgroup/diver/publication.asp
The Secretariat Biodiversity Research and Training Program, BRT
- http://www.biotec.or.th/brt/
World Wild Fun, WWF
- http://wwf.panda.org/about_our_earth/biodiversity/
Mekong Wetland Biodiversity conservation and Sustainable Use Programme
- http://www.mekongwetlands.org/Biodiversity/introduction.htm
IUCN
- http://www.iucn.org/iyb/
Convention on Biological Diversity, CBD
- http://www.cbd.int/2010/welcome/

Navigate through the articles
บัวผุด ดอกไม้ยักษ์ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี Next article


สงวนลิขสิทธิ์โดย : ศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง จ.เพชรบุรี
 
ค้นหา
ทะเบียนพรรณพืช


ภาพกิจกรรมของศูนย์
สำรวจพืช1.jpg
GIS04.JPG
GIS01.JPG
P1040204.JPG
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง