รายงานการศึกษาปริมาตรไม้ ความหนาแน่น และพื้นที่หน้าตัดของพรรณไม้ ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปริมาตรไม้ ความหนาแน่น และพื้นที่หน้าตัดของพรรณไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และพื้นที่แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างอุทยานแห่งชาติกุยบุรีและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการสำรวจด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ point sampling ในลักษณะกลุ่มแปลงตัวอย่าง (cluster) แต่ละกลุ่มตัวอย่างห่างกันอย่างเป็นระบบ (systematic) มีระยะห่างเท่ากับ 2.5 กิโลเมตร ครอบคลุมทั่วพื้นที่ทำการศึกษา รวมทั้งหมด 187 กลุ่มแปลงตัวอย่าง
ผลการศึกษาพบว่า สังคมพืชที่มีปริมาตรไม้มากที่สุดคือ ป่าดิบชื้น มีปริมาตรไม้ 227.07 ลูกบาศก์เมตรต่อเฮกตาร์ รองลงมาคือ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้งระดับสูง ป่าดิบแล้งระดับกลาง ป่าดิบชื้นผสมไผ่ ป่าดิบแล้งระดับต่ำ ป่าดิบแล้งผสมเบญจพรรณ ป่าเบญจพรรณ ป่ารุ่นสอง ป่าไผ่ พื้นที่เกษตรกรรม และป่าเต็งรัง มีปริมาตรไม้ 225.72, 189.49, 158.85, 147.91, 145.14, 114.08, 82.35, 41.71, 17.61, 2.80 และ 1.33 ลูกบาศก์เมตรต่อเฮกตาร์ ตามลำดับ
ความหนาแน่นของไม้ยืนต้น พบว่า ป่าดิบแล้งระดับต่ำ มีความหนาแน่นมากที่สุด คือ 2,014 ต้นต่อเฮกตาร์ รองลงมาคือ ป่าดิบแล้งผสมเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งระดับกลาง ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้งระดับสูง ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้นผสมไผ่ ป่ารุ่นสอง ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ และพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีค่า 1,617, 1,392, 1,282, 1,245, 1,206, 1,040, 909, 881, 210, 33 และ 17 ต้นต่อเฮกตาร์ ตามลำดับ
พื้นที่หน้าตัดของพรรณไม้ พบว่าป่าดิบชื้นมีพื้นที่หน้าตัดของพรรณไม้มากที่สุดคือ 30.30 ตารางเมตรต่อเฮกตาร์ รองลงมาคือ ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้งระดับสูง ป่าดิบแล้งระดับกลาง ป่าดิบแล้งระดับต่ำ ป่าดิบชื้นผสมไผ่ ป่าดิบแล้งผสมเบญจพรรณ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่ารุ่นสอง ป่าไผ่ และพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีค่า 29.78, 25.11, 23.23, 22.88, 19.08, 17.70, 14.00, 9.00, 7.41, 2.25 และ 0.46 ตารางเมตรต่อเฮกตาร์ ตามลำดับ
คำสำคัญ : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ปริมาตรไม้ พื้นที่หน้าตัด ความหนาแน่น
