สถานการณ์ปัญหาช้างป่าภาคตะวันออก 2567
การศึกษาการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าในภาคตะวันออกของ
ประเทศไทย ใช้วิธีการส ารวจข้อมูลโดยการสอบถามการพบเห็นร่องรอยของช้างป่าและทัศนคติของชุมชน
ในระดับอ าเภอ ต าบล และหมู่บ้าน โดยน าข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์เชิงภูมิทัศน์ด้วยเครื่องมือสารสนเทศ
ภูมิศาสตร์ ผลการศึกษาพบว่าจนถึงปี พ.ศ. 2567 ช้างป่ามีการกระจายออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ใน 7 จังหวัด
ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด รวมทั้งหมด 41 อ าเภอ 184
ต าบล และ 1,207 หมู่บ้าน พื้นที่ที่พบปัญหาความขัดแย้งสูงในแต่ละจังหวัด เช่น ต าบลเขาน้อย จังหวัด
ระยอง, ต าบลคลองพลู จังหวัดชลบุรี, ต าบลท่ากระดาน จังหวัดฉะเชิงเทรา, ต าบลแก่งหางแมว จังหวัด
จันทบุรี และต าบลบ่อพลอย จังหวัดตราด
จากข้อมูลการศึกษา พบว่าระดับความรุนแรงของปัญหาช้างป่าลดลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน
หมู่บ้านคชานุรักษ์ตามแนวพระราชด าริ เนื่องจากชุมชนมีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมของช้างป่า
อีกทั้งการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และการจัดตั้งระบบชดเชยความเสียหายที่ดีกว่าเดิม ที่มี
ผลต่อทัศนคติของชุมชนในทางบวก ส่งผลให้การจัดการปัญหามีความรอบคอบและลดความขัดแย้งลง
การศึกษายังระบุถึงข้อจ ากัดในการจัดการปัญหาช้างป่า โดยเฉพาะในด้านการบริหารงบประมาณ
และการท างานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การสร้างรั้วกันช้างในบางพื้นที่ยังไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา
เพราะช้างป่าส่วนใหญ่หากินนอกพื้นที่ป่า นอกจากนี้ยังพบว่าพื้นที่ที่พบช้างป่ากระจายอยู่นั้นมักมีหย่อม
ป่าขนาดเล็ก ท าให้การผลักดันช้างกลับเข้าป่าใหญ่เป็นไปได้ยากขึ้น
การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นว่า การจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าต้องการความ
ร่วมมือจากทุกภาคส่วน และต้องปฏิบัติภารกิจด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน
เพื่อให้การด าเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น การสร้างเครือข่ายชุมชนที่มีความเข้มแข็ง การให้ความรู้และ
ทัศนคติที่ดี จะช่วยลดความเสียหายจากช้างและสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนได้มาก ทั้งนี้ แนวทางตาม
แนวพระด าริภายใต้โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ เช่น หมู่บ้านคชานุรักษ์ ศูนย์ปฏิบัติการคชานุรักษ์ การ
ฟื้นฟูถิ่นที่อยู่ช้างป่า ควรได้รับการน ามาสืบสาน รักษา และต่อยอดขยายภารกิจต่อไปอย่างต่อเนื่อง
